เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

เล่าเรื่องรถ คือพื้นที่รวบรวมเรื่องราวยานยนต์ทุกประเภทที่ทำได้! ที่จะสัมผัสข้อมูลจริงจากทุกค่ายยานยนต์ ข้อมูลรถยนต์ทั้งเก่าและใหม่
และเรื่องราวของรถยนต์มือสอง มือสาม เพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น เล่าเรื่องรถ เองว่าทุกคลิปที่ทางช่องนำเสนอ
จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ชมที่เข้ามา และขอขอบพระคุณที่แวะเข้ามาพูดคุยคอมเม้นแลกเปลี่ยนข้อมูล และถ้าหลงมาช่องนี้แล้วก็ขอเชิญเพื่อนๆ กดไลค์กดเม้นท์ กดสับตะไคร้ (subscribe)ให้ด้วยนะครับ...

อยากให้รีวิว สินค้า แอพหรือเจ๋งคูลติดต่อมาได้ครับ เราจะจัดให้ทุกช่องทางของเรา
ติดต่อสอบถามมาเมล์ email : laoreuangrot@gmail.com
หรือโทร 092-926-1989


เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#BYD Racco รถสไตล์ Kei-carไฟฟ้าที่พัฒนาโดย BYD สําหรับตลาดญี่ปุ่น แต่จะถูกผลิตในประเทศจีนแล้วส่งไปจำหน่าย

มีชื่อภาษาญี่ปุ่นคือ ラッコ (นากทะเล) 🦦
มาทั้งหมด 3 รุ่นย่อย

• 200
・300Plus
・300Premium

ระยะทางวิ่งด้วยการชาร์จหนึ่งครั้ง 200-300 กม. ตามรุ่น
ให้มอเตอร์ขยาด 20 กิโลวัตต์ (27 แรงม้า) ที่เพลาหน้า FWD
รองรับการชาร์จสูงสุด 100 kW ชาร์จเต็มภายใน 30 นาที (ตามเว็บไซต์ Japanse ของ BYD)
.
ภายใน
・วัสดุเบาะนั่ง: ผ้าบุ (200) หนังสังเคราะห์ (300)
・ฮีตเตอร์พวงมาลัย
・ปรับที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง
・ฮีตเตอร์ที่นั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
・ที่วางแก้วแบบร้อน
.
ภายนอก
・ประตูเลื่อนไฟฟ้าทั้งสองด้าน
• ให้ล้อขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 165/65 R15
.
ราคา ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการแต่ก็น่าจะใกล้เคียง Nissan Sakura, Mitsubishi eK X EV และ Honda N-One E

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
BYD RÊVER Thailand

4 hours ago | [YT] | 10

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#Ferrari เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับซูปเปอร์คาร์ไฟฟ้าคันแรกของค่าย Ferrari Luce
.
• ราคาเริ่มต้น: $640,000
• ภายในออกแบบร่วมกับ Jony Ive หัวหน้าดีไซน์คนเก่าของ Apple
• ระยะทางวิ่ง: 280 ไมล์ (คาดการณ์ตาม EPA)
• รองรับการชาร์จสูงสุด: 350kW
• แบตเตอรี่ขนาด 122 kWh
• แรงม้า 1,050 แรงม้า
• 0-60 ไมล์ เพียง 2.4 วินาที
• สถาปัตยกรรม 800v
• มาสไตล์สี่ประตูสี่ที่นั่ง
• มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว
• หน้าจอแบบ OLED
• น้ำหนัก: 4,982 ปอนด์
• มอเตอร์ด้านหน้ารอบรับสูงสุดถึง 30,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ด้านหลังถึง 25,500 รอบต่อนาที
• รถใช้เครื่องวัดความเร่งเพื่อจับการสั่นสะเทือนจริงจากมอเตอร์ไฟฟ้าและโครงหลัง ระบบอัลกอริทึมจะกรองความถี่ที่ไม่พึงประสงค์ออก และขยายเฉพาะเสียงสังเคราะห์ที่ "ไพเราะ" มากกว่า ซึ่งสามารถได้ยินทั้งภายในและภายนอกรถ
• พวงมาลัยสามาาถปรับระดับความดุดันในการส่งกำลังบิด ด้วยระดับที่แตกต่างกันห้าระดับ
• ช่องเก็บของด้านท้ายมีความจุถึง 21.1 ลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเป็นความจุสัมภาระที่ใหญ่ที่สุดที่บริษัทเคยนำเสนอ
• มิติตัวรถยาว 197.6 นิ้ว ประมาณเท่ากับ Tesla Model S

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
Ferrari Cavallino Motors

4 days ago | [YT] | 23

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#AUDI แดนปลาดิบได้เพิ่มรุ่น PHEV ในซีรี่ส์ A5 โดยมีระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน สูงสุดถึง 110 กิโลเมตร จะมากับ 2 รุ่นย่อย A5 TFSI e-hybrid quattro S line" และ "A5 Avant TFSI e-hybrid quattro S line
.
Audi A5 จะผสานรวมคุณสมบัติของ Audi A4 และ Audi A5 Sportback รุ่นก่อนหน้า และเป็นรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม PPC (Premium Platform Combustion) ที่ออกแบบใหม่ โดยเริ่มวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025
.
รถรุ่นใหม่นี้จะโชว์แสดงถึงวิวัฒนาการเพิ่มเติมจากรุ่น PHEV ก่อนหน้านี้ เช่น Audi A3 Sportback e-tron ซึ่งเป็น PHEV รุ่นแรกของ Audi ที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อปี 2558 และ Audi A8 60 TFSIe quattro รุ่นเรือธงที่จะเปิดตัวในปี 2566 ในฐานะ "รถยนต์เชื่อมต่อสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า" ที่ผสานรวมเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว รถยนต์รุ่นนี้จะครองตำแหน่งที่โดดเด่นในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางระดับพรีเมียม
.
เครื่องยนต์ TFSI ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ (252 แรงม้า) ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) ส่งผลให้กำลังรวมของระบบอยู่ที่ 270 กิโลวัตต์ (367 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร
.
สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 5.1 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับ Audi S5 ที่ทำได้ 4.5 วินาที
.
ระบบขับเคลื่อนใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบคลัตช์ quattro ซึ่งให้ความเสถียรและประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัวบนทุกสภาพถนน
.
มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 25.9 kW มีโหมดการขับขี่ให้เลือกสองโหมด ได้แก่ "EV" และ "Hybrid" ในโหมด EV ระยะทางการขับขี่เทียบเท่า WLTC สูงสุด 110 กิโลเมตรสำหรับรุ่นซีดาน และสูงสุด 108 กิโลเมตรสำหรับรุ่น Avant ซึ่งดีขึ้นประมาณสองเท่าเมื่อเทียบกับ Audi A8 60 TFSIe
.
สามารถปรับระดับการเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนได้ 3 ระดับโดยใช้แป้นควบคุมบนพวงมาลัยในโหมด EV กำลังการสร้างพลังงานกลับคืนสูงสุดอยู่ที่ 88 กิโลวัตต์ ซึ่งสูงกว่าค่าสูงสุด 25 กิโลวัตต์ของระบบมายไฮบริด 48V MHEV plus อย่างมาก
.
นอกจากนี้ ยังมีการนำแถบเลื่อนดิจิทัลมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าระดับการชาร์จที่ต้องการได้เอง
.
การชาร์จทำได้โดยใช้สายชาร์จมาตรฐาน 3kW และหากใช้ชุดชาร์จ e-tron Charging Kit Plus (ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม) จะสามารถชาร์จได้สูงสุดถึง 8kW
.
โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้วางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่ายออดี้ที่ได้รับอนุญาต 126 แห่งทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้นที่ 11.51 ล้านเยน

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
Audi Thailand

5 days ago | [YT] | 28

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#BYD เตรียมเปิดตัวเอสยูวีไฮบริด 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ บุกตลาดสหราชอาณาจักร และลุ้นขายไทยปลายปีนี้! ในตลาดโลกจะใช้ชื่อรุ่น Ti7 ซึ่งมีขนาดอยู่ระหว่างรุ่น 110 และ 130 ของ Defender
.
และนี่จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่นำเข้าสู่สหราชอาณาจักรที่ใช้ระบบส่งกำลัง 'DM-p' รุ่นใหม่ที่เน้นสมรรถนะสูงของแบรนด์จีน รถรุ่นนี้จะใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จขนาด 1.5 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว (ตัวละหนึ่งตัวต่อเพลา) และชุดแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตขนาด 35.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง
.
สามารถเร่งความเร็วจาก 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลา 4.8 วินาที และมีระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนอย่างเป็นทางการที่ 79 ไมล์
.
แม้ว่าจะวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรจะใช้ชื่อแบรนด์ BYD แต่ในขายไทยจะมาภายใต้ชื่อ Denza แต่จะใช้ชื่อรุ่น Ti7 ด้วยหรือไม่ต้องลุ้นกันต่อช่วยปลายปีนี้

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
BYD RÊVER Thailand

6 days ago | [YT] | 47

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

สาวก #SAAB ใครอยากได้ "รุ่นสุดท้าย" จำนวน 7 คัน จะถูกนำออกประมูลที่โรงงาน Trollhettang ในสวีเดน จะเริ่มในวันที่ 21 พฤษภาคม ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประมูล
.
จะมีรถยนต์ให้เลือกทั้งหมดเจ็ดคัน รวมถึงรถ Saab 9-3 Aero ปี 2014 จำนวนสามคัน ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นสุดท้ายของ Saab ที่ผลิตออกมาขาย มีรถยนต์อื่นๆ ที่มาประมูล ได้แก่ รถ Nebus EV ปี 2019 รถทดสอบสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ
.
รถยนต์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ในล้อสี่ล้อ และรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบเพิ่มระยะทาง รวมถึงรถยนต์เพื่อการพัฒนาอื่นๆ อีกหลายคัน ที่น่าสนใจคือรถยนต์ทุกคันยังไม่ได้จดทะเบียน
.
การประมูลครั้งนี้จะดำเนินการโดย NEVS (National Electric Vehicle Sweden) ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Saab
.
ส่วนการประมูลจะไม่มีราคาขั้นต่ำสำหรับรถยนต์ทุกคัน และราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 0 โครนสวีเดน ในวันที่ 30 พฤษภาคม จะมีการจัดงานเปิดโรงงาน Saab ในเมือง Trollhettán ให้ประชาชนเข้าชมด้วย ผู้เข้าชมสามารถชมรถยนต์ได้ฟรี และการประมูลทั้งหมดจะสิ้นสุดในวันเดียวกัน
.
นีน่า เซลันเดอร์ ซีอีโอของเน็บส์ กล่าวว่า "นี่จะเป็นโอกาสในการแสดงความเคารพต่อยุคสมัยของซาบ โดยการส่งต่อรถยนต์คันสุดท้ายที่เหลืออยู่ให้กับคนรุ่นต่อไป เราต้องการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ของสวีเดน"
.
บริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน Saab เปิดตัวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันแรกคือ Saab 92 ในปี 1947 ธุรกิจยานยนต์ของบริษัทได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม GM ในปี 1990 หลังจากล้มละลายในปี 2011 บริษัท Nevs ได้เข้าซื้อกิจการในปี 2012
.
ตั้งแต่นั้นมา Nevs ได้กลับมาผลิตรถยนต์ที่ใช้พื้นฐาน Saab 9-3 ในปริมาณน้อย และได้คิดค้นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดจีน ซึ่งก็ใช้พื้นฐานเดียวกับ 9-3 แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมใดๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory

1 week ago | [YT] | 33

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#Mercedes C-Class รุ่น MY 2027 มาแล้ว และมาเป็นรุ่นไฟฟ้า BEV และที่รถคันนี้โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์คลาสสิกผสมผสานความทันสมัย ​​เป็นการยกย่องรุ่นในตำนานอย่าง W111 และ W108 เข้าด้วยกัน

- ระยะทางสูงสุด 762 กม.(WLTP)
- 3.9 วินาที จาก 0-60
- หน้าจอ Hyperscreen ขนาด 39.1 นิ้ว
- ดาวส่องแสง 162 ดวงในหลังคากระจก
- ค่าสัมประสิทธิ์เพียง 0.22 เมื่อเทียบกับ 0.26 ของรถเอสยูวี

ตัวสามารถขยายฐานล้อได้ 3.8 นิ้ว หรทอ (97 มิลลิเมตร) เมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ระยะฐานล้อ 116.6 นิ้ว หรือ 2,962 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่วางขา โดยเฉพาะสำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
.
หลังคากระจกพาโนรามาแบบมาตรฐานยังช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะสำหรับผู้โดยสารทุกคน หากต้องการลวดลายดาวเรืองแสง สามาาถเลือกหลังคาพาโนรามาที่มีส่วนกระจกปรับความสว่างได้
.
ในรุ่น C400 4Matic มาพร้อมมอเตอร์คู่ที่ให้กำลัง 482 แรงม้าและแรงบิด 800 นิวตัน-เมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีขนาดถึง 94.5 kWh
.
คาดว่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินจะถูกประกาศออกมาในช่วงปลายปีนี้

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
Mercedes-Benz Thailand

1 week ago | [YT] | 34

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#Hyptec A600 เผยโฉมล่าสุดในประเทศจีนมาพร้อมขุมพลังให้เลือกเพิ่มเติม EREV นี่คือรุ่นที่ปรับปรุงและอัปเดตใหม่ของ Hyptec HT ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2023
.
มีปรับปรุงการออกแบบด้านหน้าและด้านหลังใหม่
อัปเดตแดชบอร์ดหรือคอนโซลหน้าใหม่ อัพเดท ADAS ใหม่พร้อมระบบ lidar และสีกับแม็กลายใหม่
.
ในรุ่น EV มาแบบขับหลัง RWD
ขุมพลัง แรงม้า 250 kW แรงบิด 430 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ LFP ขนาด 83 kWh
ระยะทาง 660 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
มากับสถาปัตกรรม 800V.
ชาร์จ 30-80% เพียง 15 นาที
.
ในรุ่น EREV RWD
ขุมพลังเบนซิน 1.5 เทอร์โบ แรงม้า 118 กิโลวัตต์
+ มอเตอร์ไฟฟ้า 230 กิโลวัตต์
แบตเตอรี่ LFP 36 kWh
ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน 230 กม.
ระยะทางรวม 1,260 กม.
มากับสถาปัตกรรม 400V.
ชาร์จ 30-80% เพียง 15 นาที
.
รุ่น EREV AWD
ขุมพลังเบนซิน 1.5 เทอร์โบ แรงม้า 118 กิโลวัตต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวพร้อมแรงม้า 370 kWh แบตเตอรี่ LFP 36 kWh
ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน 215 กม.
ระยะทางรวม 1200 กม.
มากับสถาปัตกรรม 400V.
ชาร์จ 30-80% เพียง 15 นาที

หน้าตาดูดีขึ้นลุ้นเข้าไทยทันปีนี้ไหม หรือจะรอขายรุ่นปัจจุบันหมดก่อน ใครอยากได้ต้องร้องเพลงรอไปก่อนนะ....

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
GAC AION Thailand

1 week ago | [YT] | 22

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#GWM กลับมาร่วมการแข่งขันแรลลี่ ทาคลิมา 2026 อีกครั้ง นี่คือรายการครอสคันทรีที่ท้าทายที่สุดในโลก โดยจะใช้ระยะทางแข่งขันถึง เกือบ 8,000 กม. 4,200 กม. เป็นช่วงพิเศษ + ช่วงวิ่งแบบมาราธอนระยะไกลพิเศษ สถานทีแข่งขันจะใช้พื้นที่ซินเจียง ประเทศจีน
.
หลังจากประสบความสำเร็จในประเภทการแข่งขันในปี 2025 โดยกลับมาอีกครั้งด้วยการเป็นทีมแข่งจากโรงงานอย่างเต็มรูปแบบ รถแข่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในสภาพที่โหดร้ายที่สุด
.
เผยรายชื่อนักขับที่แข่งในนามทีม #GWM
🇪🇸 Pau Navarro – ผู้ชนะ Dakar Challenger ที่อายุน้อยที่สุด
🇦🇷 Nicolas Cavigliasso – แชมป์ Dakar สองสมัย
🇪🇸 Gérard Farrés – ผู้เคยขึ้นโพเดียม Dakar และนักแข่งแรลลี่มากประสบการณ์
🇮🇹 Rebecca Busi – ดาวรุ่งระดับนานาชาติ

ตัวรถที่แข่งขันจะมีทั้งหมด 3 รุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันนี้โดยเฉพาะ
TANK 700 Hi4-T
TANK 300 Hi4-T
TANK 500 Hi4-Z
.
ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มออฟโรดแบบ Hi4 รุ่นล่าสุดของ GWM ที่ในบ้านเราจะใช้อยู่ในรุ่น WEY G9 และถูกเซตติ้งใหม่เพื่อรับมือกับภูมิประเทศทะเลทราย 60% ความร้อนจัด และเส้นทาง “เอเชีย ดาการ์” ที่โหดร้าย

#เล่าเรื่องรถ
#ThaiAutoStory
#AeyTawat
#iamlaoleuangrot
#laoleuangrot
#Playdrive
#ทุกเรื่องเล่ามีที่มา
#EVลุง #evuncle #EVuncle
#GrandStory
GWM Thailand

1 week ago | [YT] | 18

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

#GWM ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ “GWM ONE” เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยแนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่ต้องการเป็นมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือองค์กรที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยความจริงทางเทคโนโลยี ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม

GWM ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” หรือการตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ ทุกระบบขับเคลื่อน และผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมากที่สุด รวมถึงเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขายในกลุ่มแบรนด์จีน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เทคโนโลยีทันสมัย และการดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ “GWM ONE” คือแนวคิด “Return to the Essence” หรือ “การกลับสู่แก่นแท้” ซึ่ง GWM มองว่าเป็นคำตอบสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ในยุคที่ตลาดรถยนต์เต็มไปด้วยการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ฟีเจอร์ และสงครามราคา บริษัทเชื่อว่าผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงความล้ำสมัย แต่ต้องการรถยนต์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

แนวคิด GWM ONE หรือ “Guiyuan” จึงถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นทั้งปรัชญาทางธุรกิจ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี และกรอบกลยุทธ์สำหรับการขยายตลาดทั่วโลก โดยยึดหลัก “3 การกลับสู่พื้นฐาน” ได้แก่ การกลับสู่แก่นแท้ของอุตสาหกรรมยานยนต์ การกลับสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน และการกลับสู่จุดเริ่มต้นของผู้สร้างหรือผู้พัฒนาเทคโนโลยี

พร้อมกันนี้ ยังมี “4 รากฐานสำคัญ” ที่ GWM ใช้เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ การยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ความจริงทางเทคโนโลยี รากฐานทางวัฒนธรรมองค์กร และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย GWM ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงความเร็วในการเติบโต แต่คือการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ผ่านคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนและการลงมือทำจริงอย่างต่อเนื่อง

ในด้านเทคโนโลยี GWM เปิดตัว “GWM ONE Platform” ภายใต้แนวคิด “One Platform, Multi Powertrains” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางที่รองรับระบบขับเคลื่อนหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และพลังงานไฮโดรเจน (FCEV)

แนวทางดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของ GWM ที่ต้องการ “สร้างทางเลือก” มากกว่าบังคับให้ผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีแบบใดแบบหนึ่ง โดยเชื่อว่าแต่ละตลาดและแต่ละผู้ใช้งานมีความต้องการแตกต่างกัน การมีแพลตฟอร์มที่รองรับระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมของตนเองได้อย่างแท้จริง

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ GWM ONE Platform คือแนวคิด “Movable Type” ที่เปรียบเสมือนการนำชิ้นส่วนมาตรฐานมาประกอบสร้างรถยนต์ได้อย่างยืดหยุ่น โดยแยกฮาร์ดแวร์ออกเป็นโมดูลมาตรฐานมากกว่า 300 รายการ และซอฟต์แวร์กว่า 2,000 ฟังก์ชัน ที่สามารถนำมาปรับใช้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยี AI รถยนต์จะสามารถพัฒนาในรูปแบบ “ถอดได้ ปรับได้ และเติบโตต่อได้” ช่วยให้ GWM สามารถพัฒนารถยนต์ได้รวดเร็วขึ้น ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ และลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทระบุว่า ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มอัตราการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันได้มากกว่า 95% ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับรถยนต์ที่มีฟีเจอร์ชาญฉลาดมากขึ้น ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

อีกเทคโนโลยีสำคัญที่ GWM ให้ความสำคัญคือระบบ “Hi4” หรือ Hybrid Intelligent 4WD ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ออกแบบให้รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการใช้งานสมรรถนะสูง โดยบริษัทระบุชัดว่าจะไม่พัฒนาเทคโนโลยีแบบ Range Extender เพราะเชื่อว่า Hi4 สามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า

ระบบ Hi4 ถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่ “Hi-4” ที่ผสานความแรงของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเข้ากับความประหยัดแบบรถขับเคลื่อน 2 ล้อ, “Hi4-Z” สำหรับการใช้งานในเมือง ที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 200 กิโลเมตร, “Hi4-T” สำหรับสายออฟโรดที่ต้องการสมรรถนะสูง และ “Super Hi4” ระบบ PHEV สมรรถนะสูงที่สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที พร้อมระยะทางขับขี่ไฟฟ้าล้วนกว่า 400 กิโลเมตร และรองรับระบบชาร์จเร็ว DC Charge

นอกจากนี้ GWM ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพิ่มเติม เช่น ระบบดีเซลไฮบริด และเครื่องยนต์ V8 Hi4 สมรรถนะสูง สำหรับรถที่ต้องการพละกำลังระดับสูง โดยบริษัทระบุว่าทุกการพัฒนาเทคโนโลยีจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบ และคุณค่าระยะยาวที่ส่งมอบให้ผู้บริโภค”

ด้านกลยุทธ์ระดับโลก GWM เดินหน้าภายใต้แนวคิด “Global Vision, Local Action” หรือ “คิดระดับโลก ปฏิบัติในระดับท้องถิ่น” ผ่านกลยุทธ์ “In Local for Local” ที่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละประเทศ เช่น การพัฒนาระบบ Plug-in Hybrid ที่รองรับน้ำมันเอทานอลในบราซิล หรือการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับสภาพถนนในออสเตรเลีย

สำหรับประเทศไทย GWM มองว่าเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน โดยปัจจุบันมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่า 50% และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งานของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับใช้งานในเมืองอย่าง GWM ORA 5 และรถ SUV สายลุยอย่าง GWM TANK 300 ที่มีให้เลือกทั้งระบบไฮบริดและดีเซล

ในมิติด้านธุรกิจ GWM ย้ำชัดว่า “Commitment & Integrity” หรือ “ความเชื่อมั่นและความซื่อสัตย์” คือคุณค่าหลักขององค์กร โดยบริษัทประกาศพันธกิจสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยมากกว่าสงครามราคา การสื่อสารการตลาดที่โปร่งใสและอ้างอิงข้อมูลจริง และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ผลักภาระไปยังซัพพลายเออร์หรือผู้แทนจำหน่าย

มู่ เฟิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GWM กล่าวว่า แม้แนวทางนี้อาจไม่ใช่เส้นทางที่รวดเร็วที่สุด แต่เป็นเส้นทางที่มั่นคงที่สุด เพราะความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคไม่สามารถสร้างได้จากทางลัด แต่ต้องเกิดจากการลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

วิสัยทัศน์ “GWM ONE” จึงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่คือการประกาศจุดยืนใหม่ของ GWM ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์โลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการยึดมั่นในคุณค่า ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ

2 weeks ago | [YT] | 24

เล่าเรื่องรถ [ThaiAutoStory]

เล่าเรื่องรถมาถึงปีที่ 15 แล้ว🎉

2 weeks ago | [YT] | 30