Ringsideการเมือง
“วรศิษฎ์” จ่อประชุมกองกลาง เร่งสางทุจริตสอบท้องถิ่นให้เร็วที่สุด แยกคนบริสุทธิ์ออกจากคนโกง ลั่น แม้ชิงลาออก ก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว.วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีคำสั่งชะลอบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขัน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ออกไปก่อนทุกจังหวัด นอกจากนี้สังคมยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปก่อนหน้านั้น จะมีการดำเนินการอย่างไร ว่า คำสั่งชะลอเป็นของ สถ. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมกองกลาง ต้องรอดูว่าจะมีข้อพิจารณาออกมาอย่างไร และอีกส่วนที่ได้รับการบรรจุไปแล้วยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่.นายวรศิษฎ์ เผยต่อไปว่า แต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือเร่งกระบวนการตรวจสอบให้เร็วที่สุด เพราะต้องแยกคนที่สอบได้ด้วยตนเองออกมา แล้วแยกคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้จัดการถูกว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ คนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบมาด้วยตนเอง เราต้องไม่ทำอะไรที่มันกระทบสิทธิเขา.เมื่อถามว่า เบื้องต้นมีการกำหนดกรอบระยะเวลาก่อนคัดบุคคลที่สอบได้ด้วยตนเอง และบุคคลที่มีการทุจริตเข้ามาหรือไม่ว่า ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร นายวรศิษฎ์ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 7 วัน แต่การพิสูจน์ตัวบุคคลทั้งหมดว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลา เพราะต้องการทำการตรวจอย่างละเอียด หากผิดพลาดไปจะกระทบสิทธิผู้บริสุทธิ์ แต่ในระดับนโยบายมีการสั่งการให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด.เมื่อถามว่า จะมีการขยายผลเพิ่มเติมอย่างไร นายวรศิษฎ์ เผยว่า ตอนนี้ทีมที่ตรวจสอบได้เห็นถึงพฤติกรรมและพฤติการณ์แล้วว่า ขบวนการมีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการที่จะตรวจสอบว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตครั้งนี้บ้าง ส่วนรายละเอียดขอให้ทีมตรวจสอบเป็นผู้ดำเนินการ ย้ำว่าต้องขยายผลต่อ เชื่อว่าในส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าไปตรวจเจอ ก็จะสามารถขยายผลต่อไปได้.ส่วนกรณีที่เริ่มมีการข่มขู่ มีการยิงบ้านใน จ.พัทลุง จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี และตนได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า น่าจะมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายเพื่อเก็บข้อมูลแล้วจะมีการขยายผลในส่วนนี้.ทางด้านคำถาม นอกจากพื้นที่ใน จ.เพชรบูรณ์ จะมีการขยายผลไปพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ตอบว่า พื้นที่อื่นต้องมีการขยายผลจากชุดที่เราเจออยู่แล้ว เพราะมีการเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ขอไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นพื้นที่ใดบ้าง ขณะที่คำถามว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนชิงลาออก จะมีผลอย่างไร นายวรศิษฎ์ เผยว่า ไม่มีผล แม้จะมีการลาออกก็ไม่มีผล เพราะไม่เกี่ยวกับการลาออกหรือไม่ลาออก แต่เกี่ยวข้องคือเขาได้เข้าไปทำความผิดหรือไม่ หากได้เข้าไปทำความผิดแม้จะมีการลาออกก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว#Ringsideการเมือง
23 hours ago | [YT] | 32
View 11 replies
ขอโทษ ! “นารากร” รับเข้าคลาดเคลื่อน ข้อเท็จจริง IT Man.วันที่ 24 มิถุนายน 2569 กรณี น.ส.นารากร ติยายน โพสต์วิจารณ์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ว่าเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ “ดิจิทัลอำเภอ” หรือ IT Man จำนวน 878 คน เพื่อนำงบประมาณไปใช้ในโครงการ TH-AI Passport นั้น ล่าสุด น.ส.นารากรได้โพสต์ขอโทษ หลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี.ก่อนหน้านี้ น.ส.บุณย์ธิดาได้ชี้แจงว่า ตำแหน่ง IT Man เป็นลูกจ้างโครงการ รับเงินเดือนผ่านบริษัทเอกชนที่ชนะการประกวดราคาแบบ e-bidding และมีสัญญาจ้างเพียงปีเดียว ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการรับทราบเงื่อนไขตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่กรณีถูกเลิกจ้างเพราะโครงการ TH-AI Passport.ต่อมา น.ส.นารากรโพสต์ข้อความยอมรับว่า ข้อมูลที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ดิจิทัลอำเภอ 878 คนจะตกงานทันทีเพราะ TH-AI Passport เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยระบุว่า จากคำชี้แจงของ รมช.ดีอี ทำให้เข้าใจว่าโครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน เป็นโครงการลักษณะใช้งบกองทุนดีอีรายปี เมื่อสิ้นสุดสัญญาโครงการ ลูกจ้างก็สิ้นสุดสัญญาจ้าง ไม่ใช่การถูกเลิกจ้าง.น.ส.นารากรยังขอบคุณ น.ส.บุณย์ธิดาที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมสื่อสารถึงเจ้าหน้าที่ IT Man ทั้ง 878 คนว่า การไม่ได้ทำงานต่อเป็นผลจากการหมดสัญญาจ้างระหว่างบริษัทกับภาครัฐ ไม่ใช่เพราะโครงการ TH-AI Passport.ประเด็นนี้ทำให้ข้อถกเถียงเรื่อง TH-AI Passport กลับมาอยู่บนฐานข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น โดยฝ่ายดีอียืนยันเดินหน้าโครงการตามขั้นตอน ขณะที่เสียงสะท้อนจากสังคมยังเรียกร้องให้การใช้งบประมาณต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง#Ringsideการเมือง
23 hours ago | [YT] | 12
View 0 replies
สภาประกาศแต่งตั้ง “เพียงพนอ บุญกล่ำ” นั่งที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านวันที่ 25 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง โดยระบุว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร.เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ตามความในมาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น อาศัยอำนาจตามในมาตรา 92(7) และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ.2554 จึงแต่งตั้ง น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ เป็นที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป#Ringsideการเมือง
23 hours ago | [YT] | 9
View 2 replies
Ringsideลับลวงพราง 25.06.26 เวลา 15.00 น.อนุทิน บอก ปูติน “It’s too little”ฮุนเซนดอดพบสีจิ้นผิงทำไม?วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 26
นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน.รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า.ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การปฏิรูประบบราชการและการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย นโยบายนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เท่านั้น แต่ในทางเศรษฐศาสตร์สถาบัน (Institutional Economics) สิ่งนี้คือการรื้อถอนและปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง "รัฐ" กับ "ทุนข้ามชาติ" ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ.1. การทลายคอขวดระบบราชการ: การลดต้นทุนทางธุรกรรมเชิงเวลา (Time Transaction Costs).ในอดีต ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยมักถูกบั่นทอนด้วยความล่าช้าของระบบอนุมัติอนุญาต (Bureaucratic Red Tape) นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไฮเทคต้องผ่านกระบวนการราชการเฉลี่ยถึง 9 เดือน เนื่องจากกฎหมายและข้อบังคับกระจายอยู่ภายใต้การดูแลของหลายกระทรวง.การบูรณาการ 8 หน่วยงานหลัก ภายใต้การนำของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.), การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และหน่วยงานด้านพลังงาน ถือเป็นการทลายกำแพงไซโล (Silo) ของระบบราชการไทย การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ "ยืนยันตัวตนแล้วเริ่มงานได้ทันที" เช่น การตอกเสาเข็มหรือการสั่งซื้อเครื่องจักร ถือเป็นการลดต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของภาคเอกชนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ความเร็วในการเข้าสู่ตลาด (Speed to Market) มีค่าไม่ต่างจากเม็ดเงินลงทุน.2. กระบวนทัศน์ "ความไว้วางใจ" (Trust-Based Regulation) กับความเสี่ยงทางจริยธรรม.หัวใจสำคัญของ Thailand FastPass คือการเปลี่ยนผ่านจาก "ระบบควบคุมและตรวจสอบล่วงหน้า" (Pre-Approval) ไปสู่ "ระบบการรับรองตนเองและการตรวจสอบย้อนหลัง" (Self-Certification & Post-Audit) กลไกนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานทางพฤติกรรมศาสตร์ว่า หากรัฐให้ความไว้วางใจและอำนวยความสะดวกขั้นสูงสุดแก่เอกชน เอกชนจะตอบสนองด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด.อย่างไรก็ตาม ในทางเศรษฐศาสตร์ นโยบายที่พึ่งพาความไว้วางใจมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เรียกว่า "ภาวะภัยทางศีลธรรม" (Moral Hazard) หากกลไกการตรวจสอบย้อนหลัง (Post-Audit) ของรัฐไม่มีประสิทธิภาพ หรือขาดความโปร่งใสทางดิจิทัล (Digital Transparency) อาจมีนักลงทุนบางกลุ่มที่ฉวยโอกาสละเลยมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (EIA) มาตรฐานวิศวกรรม หรือละเมิดสิทธิ์แรงงานเพื่อลดต้นทุน.ดังนั้น ความท้าทายที่แท้จริงจึงตกไปอยู่ที่หน่วยงานกำกับดูแลที่จะต้องยกระดับเทคโนโลยีในการสุ่มตรวจและการบังคับใช้กฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงและเด็ดขาดพอที่จะป้องปรามการกระทำผิด.3. สมการ 7 แสนล้านบาท กับเป้าหมายการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าการบูรณาการครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 7 แสนล้านบาทภายในปีนี้ และเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักในการพาประเทศไทยไปสู่สถานะ "ประเทศที่มีรายได้สูง" (High-Income Country) ภายใน 12 ปี ซึ่งเร็วกว่าแผนยุทธศาสตร์เดิมถึง 8 ปี.ในเชิงวิชาการ การเพิ่มคะแนนความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) เป็นเพียง "เงื่อนไขจำเป็น" (Necessary Condition) แต่ยังไม่เป็น "เงื่อนไขพอเพียง" (Sufficient Condition) สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน เม็ดเงิน 7 แสนล้านบาทที่หลั่งไหลเข้ามาผ่านทาง FastPass จะต้องถูกคัดกรองให้อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ที่ก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology Transfer) และการยกระดับผลิตภาพแรงงานไทย (Labor Productivity) ไม่ใช่เพียงการเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานประกอบชิ้นส่วนต้นทุนต่ำ.การที่ 23 บริษัทแรกได้รับอนุมัติบัตร Fast Pass แสดงให้เห็นถึงสัญญาณตอบรับเชิงบวกที่ชัดเจนจากภาคอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนของนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับ "พันธสัญญา" สองประการที่รัฐบาลให้ไว้กับนักลงทุน: เสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐาน: คำมั่นสัญญาของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าจะไม่มีปัญหาไฟดับ น้ำไม่ไหล หรือขาดแคลนพลังงาน จะต้องถูกแปลงไปสู่การปฏิบัติด้วยความแม่นยำเชิงวิศวกรรมและการวางแผนระบบสาธารณูปโภครองรับในระยะยาว.ธรรมาภิบาลและการบังคับใช้กฎหมาย: รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า "ช่องทางด่วน" นี้ปราศจากการเลือกปฏิบัติและการทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) การตรวจสอบย้อนหลังต้องทำอย่างเสมอภาคและโปร่งใสThailand FastPass จึงเป็นทั้งโอกาสครั้งใหญ่และการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการความสมดุลระหว่าง "การอำนวยความสะดวก" กับ "การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ" ได้จริง นโยบายนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่พลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ และทวงคืนตำแหน่งศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสง่างาม#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 6
View 1 reply
โอฬารชี้ รัฐบาลอนุทินเดินถูกทาง เร่งจัดระเบียบราชการ-ล้างโกงสอบ ปูทางปฏิรูประยะยาว.รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการจับกุมและขยายผลขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการจากภายในอย่างจริงจัง พร้อมชี้ว่าการแก้ปัญหาภายในระบบราชการถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน.รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการตามนโยบายของรัฐบาลจะเกิดผลได้จริง ต้องเริ่มจากการจัดการปัญหาภายในอย่างตรงจุด เนื่องจากระบบราชการเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติ และเป็นด่านหน้าที่ประชาชนใช้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของรัฐ.ทั้งนี้ มองว่าการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเริ่มต้นกระบวนการจัดระเบียบภายในระบบราชการผ่านการแก้ไขปัญหาในหลายมิติ ทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในหน่วยงานราชการในพื้นที่ และการปราบปรามการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม.สำหรับกรณีความขัดแย้งของข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตนั้น รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า เป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเอกภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในจังหวัดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่มีบทบาทด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างรายได้ให้ประเทศ หากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุนได้มากขึ้น.ขณะเดียวกัน กรณีการจับกุมและขยายผลคดีทุจริตการสอบเข้าราชการส่วนท้องถิ่น ถือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากการสอบเข้าราชการเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ระบบราชการ หากกระบวนการดังกล่าวขาดความโปร่งใส ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพของบุคลากร ความเป็นธรรมของผู้เข้าสอบ และความน่าเชื่อถือของระบบราชการโดยรวม.รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายผลคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นสัญญาณที่สะท้อนความพยายามในการสร้างความโปร่งใสและทำความสะอาดระบบราชการจากภายใน โดยระบบราชการที่ดีต้องเริ่มต้นจากการคัดเลือกบุคลากรด้วยหลักความสามารถ ความสุจริต และความเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่มีความชอบธรรมและสามารถทำงานรับใช้ประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ.นอกจากนี้ ยังมองว่าปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับการปฏิรูประบบราชการส่วนท้องถิ่น เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และมีบทบาทสำคัญในการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน หากบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งด้วยกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักคุณธรรม จะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นในระยะยาว.รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในระบบราชการ และการปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้าราชการ เป็นสองประเด็นที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะประเด็นแรกคือการทำให้บุคลากรในระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนประเด็นที่สองคือการทำให้ผู้ที่จะเข้าสู่ระบบราชการผ่านกระบวนการที่สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งทั้งสองเรื่องถือเป็นรากฐานสำคัญของการปฏิรูประบบราชการจากภายใน.พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรผลักดันการปฏิรูประบบราชการใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างเอกภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน การยกระดับความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลภาครัฐ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึง AI เข้ามาช่วยลดช่องโหว่ของการทุจริต ทั้งในกระบวนการสอบคัดเลือก การแต่งตั้ง การให้บริการประชาชน และการบริหารงบประมาณ.“การปฏิรูประบบราชการไม่ควรเป็นเพียงคำประกาศเชิงนโยบาย แต่ต้องเริ่มจากการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจริงภายในระบบราชการ หากรัฐบาลสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนเห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงาน ความโปร่งใส และคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 27
View 10 replies
"รมว.ยุติธรรม" สั่งดีเอสไอรายงานคดี Forex ทุก 15 วัน เผยส่งหมายเรียก "ภาวุธ" นัดสอบ 2 ก.ค. นี้.วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าคดีพิเศษ Forex ว่า ได้สั่งการให้เร่งรัดคดีและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ หลังปฏิบัติการค้น 24 จุดกวาดพยานหลักฐานได้เพียบ ยอมรับต้องใช้เวลาวิเคราะห์เนื่องจากมีเส้นทางการเงินสูงถึง 60,000 - 70,000 ธุรกรรม โดยให้ดีเอสไอรายงานความคืบหน้าแก่ประชาชนทุก 15 วัน.พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องหลายราย รวมถึง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยนัดหมายให้เข้าชี้แจงในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้.ส่วนกรณีที่นายภาวุธปฏิเสธว่าคลิปวิดีโอของตนไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ และมีกระแสข่าวว่าจะลาออกจาก สส. เพื่อสละเอกสิทธิ์คุ้มครองนั้น รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า เรื่องคลิปต้องให้ศาลเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจตัดสินจากหลักฐาน ส่วนเรื่องลาออกตนไม่ทราบ แต่ย้ำว่ากระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ ปปง. และ ธปท. จะดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ ขณะนี้ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้ ปปง. ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนแล้ว#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 13
“กนง.” เคาะคงดอกเบี้ย 1% ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ K-Shaped ส่งออก-AI หนุนจีดีพีปีนี้โต 2.3%.ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยผลการประชุมกนง. ครั้งที่ 3/2569 ระบุว่า มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะไม่ทั่วถึง (K-shaped) พร้อมปรับประมาณการจีดีพีปีนี้ขึ้นสู่ร้อยละ 2.3 ด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นชั่วคราวในไตรมาส 3 ย้ำยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตามวัฏจักรโลก.เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งจากภาคการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI รวมถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้จีดีพีปีนี้มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.3 รวมผลของมาตรการรัฐร้อยละ 0.5 อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 คาดว่าจีดีพีจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 1.8 เนื่องจากหมดมาตรการกระตุ้น.ทั้งนี้ กนง. ยังแสดงความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อของกลุ่มเอสเอ็มอีและครัวเรือนเปราะบาง ซึ่งสินเชื่อยังคงหดตัวสวนทางกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อ คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นแตะร้อยละ 4 ในเดือนสิงหาคมนี้ จากปัจจัยด้านอุปทาน แต่จะทยอยปรับลดลงสู่กรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1.4 ในปีหน้า กนง. จึงเห็นควรให้ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายควบคู่กับมาตรการเฉพาะจุด โดยพร้อมจะปรับนโยบายหากมีแรงกดดันเงินเฟ้อที่รุนแรงในอนาคต#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 4
“สุชาติ” ลั่น เอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน เดินหน้าพิสูจน์สิทธิทับลาน ด้วยความโปร่งใส ไม่เอื้อนายทุน คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน.วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับฟังปัญหาและรับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้านและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินในพื้นที่ทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติ.โดยมีประชาชนจาก จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจและแสดงการสนับสนุน ภายหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายปัญหาข้อพิพาทด้านที่ดินที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ.ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การจัดตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลงได้สร้างความหวังให้กับประชาชนจำนวนมากที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ พร้อมคาดหวังว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน.โดยหนังสือที่ยื่นในครั้งนี้ยังได้แสดงความขอบคุณต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผลักดันให้เกิดกระบวนการตรวจสอบสิทธิในที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม.นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทับซ้อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ทับลาน เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานเกือบ 50 ปี และถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเร่งหาทางออกบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม.“เราต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหน้าที่ของกระทรวงอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาเป็นเวลานาน หากไม่เริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ความขัดแย้งก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปี” นายสุชาติ กล่าว.รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่า การตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือกลุ่มใด แต่เป็นการค้นหาความจริงด้วยกระบวนการที่โปร่งใส เปิดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่เดิมต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ผู้ที่เข้ามาถือครองภายหลังหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด.“ผมเอาชีวิต เอาศักดิ์ศรี และเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน ถึงแม้ผมจะโดนด่าก็ไม่สำคัญเท่าน้ำตาของประชาชน ผมไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน เพราะคนที่มีทุนสามารถไปลงทุนในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิได้อยู่แล้ว สิ่งที่เรากำลังทำคือการคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่รอคอยการแก้ปัญหามานานหลายสิบปี” นายสุชาติ กล่าว#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 39
View 16 replies
“คริส” แฉเพิ่ม! “ระบอบอากง” ทุจริตงบ กทม. ซอยโครงการต่ำกว่า 5 แสนบาท เลี่ยงประมูล จ่อยื่น ปปช. สัปดาห์หน้า.วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายพีรพล กนกวลัย สส. และเลขาธิการพรรค รวมถึงนางสาวอังสนา เนียมวณิชกุล รองเลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตในกรุงเทพมหานคร หรือ "ระบอบอากง".โดยนายคริส ระบุว่าภายหลังการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม การซื้อขายตำแหน่ง และการทุจริตในสำนักงานเขต ทางพรรคได้ดำเนินการต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค ได้ไปแจ้งความกรณีสำนักงานเขตใช้ทรัพย์สิน กทม. ในทางมิชอบ วันที่ 11 มิถุนายน ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ร่วมกับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อให้สอบการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม และวันที่ 19 มิถุนายน ได้ยื่นต่อกระทรวงแรงงานเรื่องส่วยเทศกิจที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวขายของทั่วกรุงเทพฯ.นอกจากนี้ยังอ้างอิงข้อมูลจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ระบุว่ามีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ถึงร้อยละ 92 หรือมูลค่ากว่า 43,000 ล้านบาท ที่ไม่มีการประมูล เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 500,000 บาท ซึ่งถือเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ข้าราชการและผู้บริหารสามารถเลือกผู้รับเหมาได้เอง."กระบวนการคุยเรื่องงบประมาณที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ไม่ทำเอง แต่ให้อากงมารับบทดำเนินงานแบบสีเทาในสิ่งที่เรียกว่างบแปร โดยจะมีการตัดงบประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ล้านบาท แล้วอากงกับ ส.ก. จะแบ่งเงินกันคนละครึ่ง อากงเอาไป 2,000 ล้านบาท เพื่อดูว่าฝ่ายผู้ว่าฯ จะทำโครงการอะไรต่อ ส่วนฝั่ง ส.ก. อีก 2,000 ล้านบาท ก็เอามาหาร 50 เขต ได้เฉลี่ยเขตละ 40 ล้านบาท ซึ่ง ส.ก. ก็จะเอาเงินนั้นมานั่งคุยให้อากงซอยย่อยโครงการให้ต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อไม่ต้องประมูล แล้วพาผู้รับเหมาของตัวเองมาจนเกิดเป็นเงินทอน 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์".ประธานพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2528 ที่ใช้มาเกือบ 40 ปี ให้อำนาจผู้ว่าฯ มากเกินไปแต่ตรวจสอบได้น้อย จนเกิด "ระบอบฮั้ว" ระหว่างผู้ว่าฯ กับ ส.ก. ในการซอยย่อยโครงการเพื่อเลี่ยงการประมูล ทางพรรคจึงเสนอญัตติแก้ไขปัญหา กทม. ทั้งระบบ โดยเฉพาะการตั้งหน่วยงานอิสระปราบคอร์รัปชันใน กทม. โดยเฉพาะ มีวาระ 6 ปี และคัดเลือกกรรมการจากศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบงบประมาณแสนล้านของ กทม. ซึ่งมาจากงบกลางถึง 36,000 ล้านบาท โดยพบโครงการที่ส่อทุจริตในหลายเขต.นายคริส กล่าวว่า ข้อมูลโครงการที่ส่อทุจริตรวมมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท พร้อมรายชื่อบริษัทและหลักฐานทั้งหมดจะถูกอัปโหลดลงเพจพรรคเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ.เมื่อถามว่าจะไปยื่น ป.ป.ช. เมื่อใด นายคริส กล่าวว่า จะไปยื่นภายในอาทิตย์หน้า และยืนยันว่าการซอยย่อยโครงการถือเป็นความผิดอาญาที่มีโทษจำคุก ซึ่งทางพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 24
View 9 replies
Load more
Ringsideการเมือง
“วรศิษฎ์” จ่อประชุมกองกลาง เร่งสางทุจริตสอบท้องถิ่นให้เร็วที่สุด แยกคนบริสุทธิ์ออกจากคนโกง ลั่น แม้ชิงลาออก ก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว
.
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีคำสั่งชะลอบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขัน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ออกไปก่อนทุกจังหวัด นอกจากนี้สังคมยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปก่อนหน้านั้น จะมีการดำเนินการอย่างไร ว่า คำสั่งชะลอเป็นของ สถ. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมกองกลาง ต้องรอดูว่าจะมีข้อพิจารณาออกมาอย่างไร และอีกส่วนที่ได้รับการบรรจุไปแล้วยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่
.
นายวรศิษฎ์ เผยต่อไปว่า แต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือเร่งกระบวนการตรวจสอบให้เร็วที่สุด เพราะต้องแยกคนที่สอบได้ด้วยตนเองออกมา แล้วแยกคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้จัดการถูกว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ คนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบมาด้วยตนเอง เราต้องไม่ทำอะไรที่มันกระทบสิทธิเขา
.
เมื่อถามว่า เบื้องต้นมีการกำหนดกรอบระยะเวลาก่อนคัดบุคคลที่สอบได้ด้วยตนเอง และบุคคลที่มีการทุจริตเข้ามาหรือไม่ว่า ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร นายวรศิษฎ์ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 7 วัน แต่การพิสูจน์ตัวบุคคลทั้งหมดว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลา เพราะต้องการทำการตรวจอย่างละเอียด หากผิดพลาดไปจะกระทบสิทธิผู้บริสุทธิ์ แต่ในระดับนโยบายมีการสั่งการให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด
.
เมื่อถามว่า จะมีการขยายผลเพิ่มเติมอย่างไร นายวรศิษฎ์ เผยว่า ตอนนี้ทีมที่ตรวจสอบได้เห็นถึงพฤติกรรมและพฤติการณ์แล้วว่า ขบวนการมีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการที่จะตรวจสอบว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตครั้งนี้บ้าง ส่วนรายละเอียดขอให้ทีมตรวจสอบเป็นผู้ดำเนินการ ย้ำว่าต้องขยายผลต่อ เชื่อว่าในส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าไปตรวจเจอ ก็จะสามารถขยายผลต่อไปได้
.
ส่วนกรณีที่เริ่มมีการข่มขู่ มีการยิงบ้านใน จ.พัทลุง จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี และตนได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า น่าจะมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายเพื่อเก็บข้อมูลแล้วจะมีการขยายผลในส่วนนี้
.
ทางด้านคำถาม นอกจากพื้นที่ใน จ.เพชรบูรณ์ จะมีการขยายผลไปพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ตอบว่า พื้นที่อื่นต้องมีการขยายผลจากชุดที่เราเจออยู่แล้ว เพราะมีการเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ขอไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นพื้นที่ใดบ้าง ขณะที่คำถามว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนชิงลาออก จะมีผลอย่างไร นายวรศิษฎ์ เผยว่า ไม่มีผล แม้จะมีการลาออกก็ไม่มีผล เพราะไม่เกี่ยวกับการลาออกหรือไม่ลาออก แต่เกี่ยวข้องคือเขาได้เข้าไปทำความผิดหรือไม่ หากได้เข้าไปทำความผิดแม้จะมีการลาออกก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว
#Ringsideการเมือง
23 hours ago | [YT] | 32
View 11 replies
Ringsideการเมือง
ขอโทษ ! “นารากร” รับเข้าคลาดเคลื่อน ข้อเท็จจริง IT Man
.
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 กรณี น.ส.นารากร ติยายน โพสต์วิจารณ์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ว่าเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ “ดิจิทัลอำเภอ” หรือ IT Man จำนวน 878 คน เพื่อนำงบประมาณไปใช้ในโครงการ TH-AI Passport นั้น ล่าสุด น.ส.นารากรได้โพสต์ขอโทษ หลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี
.
ก่อนหน้านี้ น.ส.บุณย์ธิดาได้ชี้แจงว่า ตำแหน่ง IT Man เป็นลูกจ้างโครงการ รับเงินเดือนผ่านบริษัทเอกชนที่ชนะการประกวดราคาแบบ e-bidding และมีสัญญาจ้างเพียงปีเดียว ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการรับทราบเงื่อนไขตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่กรณีถูกเลิกจ้างเพราะโครงการ TH-AI Passport
.
ต่อมา น.ส.นารากรโพสต์ข้อความยอมรับว่า ข้อมูลที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ดิจิทัลอำเภอ 878 คนจะตกงานทันทีเพราะ TH-AI Passport เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยระบุว่า จากคำชี้แจงของ รมช.ดีอี ทำให้เข้าใจว่าโครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน เป็นโครงการลักษณะใช้งบกองทุนดีอีรายปี เมื่อสิ้นสุดสัญญาโครงการ ลูกจ้างก็สิ้นสุดสัญญาจ้าง ไม่ใช่การถูกเลิกจ้าง
.
น.ส.นารากรยังขอบคุณ น.ส.บุณย์ธิดาที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมสื่อสารถึงเจ้าหน้าที่ IT Man ทั้ง 878 คนว่า การไม่ได้ทำงานต่อเป็นผลจากการหมดสัญญาจ้างระหว่างบริษัทกับภาครัฐ ไม่ใช่เพราะโครงการ TH-AI Passport
.
ประเด็นนี้ทำให้ข้อถกเถียงเรื่อง TH-AI Passport กลับมาอยู่บนฐานข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น โดยฝ่ายดีอียืนยันเดินหน้าโครงการตามขั้นตอน ขณะที่เสียงสะท้อนจากสังคมยังเรียกร้องให้การใช้งบประมาณต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
#Ringsideการเมือง
23 hours ago | [YT] | 12
View 0 replies
Ringsideการเมือง
สภาประกาศแต่งตั้ง “เพียงพนอ บุญกล่ำ” นั่งที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง โดยระบุว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
.
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ตามความในมาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น อาศัยอำนาจตามในมาตรา 92(7) และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ.2554 จึงแต่งตั้ง น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ เป็นที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป
#Ringsideการเมือง
23 hours ago | [YT] | 9
View 2 replies
Ringsideการเมือง
Ringsideลับลวงพราง 25.06.26 เวลา 15.00 น.
อนุทิน บอก ปูติน “It’s too little”
ฮุนเซนดอดพบสีจิ้นผิงทำไม?
วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 26
View 0 replies
Ringsideการเมือง
นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน
.
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า
.
ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การปฏิรูประบบราชการและการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย นโยบายนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เท่านั้น แต่ในทางเศรษฐศาสตร์สถาบัน (Institutional Economics) สิ่งนี้คือการรื้อถอนและปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง "รัฐ" กับ "ทุนข้ามชาติ" ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
.
1. การทลายคอขวดระบบราชการ: การลดต้นทุนทางธุรกรรมเชิงเวลา (Time Transaction Costs)
.
ในอดีต ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยมักถูกบั่นทอนด้วยความล่าช้าของระบบอนุมัติอนุญาต (Bureaucratic Red Tape) นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไฮเทคต้องผ่านกระบวนการราชการเฉลี่ยถึง 9 เดือน เนื่องจากกฎหมายและข้อบังคับกระจายอยู่ภายใต้การดูแลของหลายกระทรวง
.
การบูรณาการ 8 หน่วยงานหลัก ภายใต้การนำของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.), การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และหน่วยงานด้านพลังงาน ถือเป็นการทลายกำแพงไซโล (Silo) ของระบบราชการไทย การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ "ยืนยันตัวตนแล้วเริ่มงานได้ทันที" เช่น การตอกเสาเข็มหรือการสั่งซื้อเครื่องจักร ถือเป็นการลดต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของภาคเอกชนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ความเร็วในการเข้าสู่ตลาด (Speed to Market) มีค่าไม่ต่างจากเม็ดเงินลงทุน
.
2. กระบวนทัศน์ "ความไว้วางใจ" (Trust-Based Regulation) กับความเสี่ยงทางจริยธรรม
.
หัวใจสำคัญของ Thailand FastPass คือการเปลี่ยนผ่านจาก "ระบบควบคุมและตรวจสอบล่วงหน้า" (Pre-Approval) ไปสู่ "ระบบการรับรองตนเองและการตรวจสอบย้อนหลัง" (Self-Certification & Post-Audit) กลไกนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานทางพฤติกรรมศาสตร์ว่า หากรัฐให้ความไว้วางใจและอำนวยความสะดวกขั้นสูงสุดแก่เอกชน เอกชนจะตอบสนองด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด
.
อย่างไรก็ตาม ในทางเศรษฐศาสตร์ นโยบายที่พึ่งพาความไว้วางใจมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เรียกว่า "ภาวะภัยทางศีลธรรม" (Moral Hazard) หากกลไกการตรวจสอบย้อนหลัง (Post-Audit) ของรัฐไม่มีประสิทธิภาพ หรือขาดความโปร่งใสทางดิจิทัล (Digital Transparency) อาจมีนักลงทุนบางกลุ่มที่ฉวยโอกาสละเลยมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (EIA) มาตรฐานวิศวกรรม หรือละเมิดสิทธิ์แรงงานเพื่อลดต้นทุน
.
ดังนั้น ความท้าทายที่แท้จริงจึงตกไปอยู่ที่หน่วยงานกำกับดูแลที่จะต้องยกระดับเทคโนโลยีในการสุ่มตรวจและการบังคับใช้กฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงและเด็ดขาดพอที่จะป้องปรามการกระทำผิด
.
3. สมการ 7 แสนล้านบาท กับเป้าหมายการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าการบูรณาการครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 7 แสนล้านบาทภายในปีนี้ และเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักในการพาประเทศไทยไปสู่สถานะ "ประเทศที่มีรายได้สูง" (High-Income Country) ภายใน 12 ปี ซึ่งเร็วกว่าแผนยุทธศาสตร์เดิมถึง 8 ปี
.
ในเชิงวิชาการ การเพิ่มคะแนนความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) เป็นเพียง "เงื่อนไขจำเป็น" (Necessary Condition) แต่ยังไม่เป็น "เงื่อนไขพอเพียง" (Sufficient Condition) สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน เม็ดเงิน 7 แสนล้านบาทที่หลั่งไหลเข้ามาผ่านทาง FastPass จะต้องถูกคัดกรองให้อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ที่ก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology Transfer) และการยกระดับผลิตภาพแรงงานไทย (Labor Productivity) ไม่ใช่เพียงการเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานประกอบชิ้นส่วนต้นทุนต่ำ
.
การที่ 23 บริษัทแรกได้รับอนุมัติบัตร Fast Pass แสดงให้เห็นถึงสัญญาณตอบรับเชิงบวกที่ชัดเจนจากภาคอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนของนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับ "พันธสัญญา" สองประการที่รัฐบาลให้ไว้กับนักลงทุน: เสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐาน: คำมั่นสัญญาของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าจะไม่มีปัญหาไฟดับ น้ำไม่ไหล หรือขาดแคลนพลังงาน จะต้องถูกแปลงไปสู่การปฏิบัติด้วยความแม่นยำเชิงวิศวกรรมและการวางแผนระบบสาธารณูปโภครองรับในระยะยาว
.
ธรรมาภิบาลและการบังคับใช้กฎหมาย: รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า "ช่องทางด่วน" นี้ปราศจากการเลือกปฏิบัติและการทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) การตรวจสอบย้อนหลังต้องทำอย่างเสมอภาคและโปร่งใส
Thailand FastPass จึงเป็นทั้งโอกาสครั้งใหญ่และการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการความสมดุลระหว่าง "การอำนวยความสะดวก" กับ "การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ" ได้จริง นโยบายนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่พลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ และทวงคืนตำแหน่งศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสง่างาม
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 6
View 1 reply
Ringsideการเมือง
โอฬารชี้ รัฐบาลอนุทินเดินถูกทาง เร่งจัดระเบียบราชการ-ล้างโกงสอบ ปูทางปฏิรูประยะยาว
.
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการจับกุมและขยายผลขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการจากภายในอย่างจริงจัง พร้อมชี้ว่าการแก้ปัญหาภายในระบบราชการถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
.
รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการตามนโยบายของรัฐบาลจะเกิดผลได้จริง ต้องเริ่มจากการจัดการปัญหาภายในอย่างตรงจุด เนื่องจากระบบราชการเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติ และเป็นด่านหน้าที่ประชาชนใช้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของรัฐ
.
ทั้งนี้ มองว่าการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเริ่มต้นกระบวนการจัดระเบียบภายในระบบราชการผ่านการแก้ไขปัญหาในหลายมิติ ทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในหน่วยงานราชการในพื้นที่ และการปราบปรามการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม
.
สำหรับกรณีความขัดแย้งของข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตนั้น รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า เป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเอกภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในจังหวัดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่มีบทบาทด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างรายได้ให้ประเทศ หากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุนได้มากขึ้น
.
ขณะเดียวกัน กรณีการจับกุมและขยายผลคดีทุจริตการสอบเข้าราชการส่วนท้องถิ่น ถือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากการสอบเข้าราชการเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ระบบราชการ หากกระบวนการดังกล่าวขาดความโปร่งใส ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพของบุคลากร ความเป็นธรรมของผู้เข้าสอบ และความน่าเชื่อถือของระบบราชการโดยรวม
.
รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายผลคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นสัญญาณที่สะท้อนความพยายามในการสร้างความโปร่งใสและทำความสะอาดระบบราชการจากภายใน โดยระบบราชการที่ดีต้องเริ่มต้นจากการคัดเลือกบุคลากรด้วยหลักความสามารถ ความสุจริต และความเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่มีความชอบธรรมและสามารถทำงานรับใช้ประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ
.
นอกจากนี้ ยังมองว่าปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับการปฏิรูประบบราชการส่วนท้องถิ่น เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และมีบทบาทสำคัญในการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน หากบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งด้วยกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักคุณธรรม จะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นในระยะยาว
.
รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในระบบราชการ และการปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้าราชการ เป็นสองประเด็นที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะประเด็นแรกคือการทำให้บุคลากรในระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนประเด็นที่สองคือการทำให้ผู้ที่จะเข้าสู่ระบบราชการผ่านกระบวนการที่สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งทั้งสองเรื่องถือเป็นรากฐานสำคัญของการปฏิรูประบบราชการจากภายใน
.
พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรผลักดันการปฏิรูประบบราชการใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างเอกภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน การยกระดับความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลภาครัฐ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึง AI เข้ามาช่วยลดช่องโหว่ของการทุจริต ทั้งในกระบวนการสอบคัดเลือก การแต่งตั้ง การให้บริการประชาชน และการบริหารงบประมาณ
.
“การปฏิรูประบบราชการไม่ควรเป็นเพียงคำประกาศเชิงนโยบาย แต่ต้องเริ่มจากการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจริงภายในระบบราชการ หากรัฐบาลสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนเห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงาน ความโปร่งใส และคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 27
View 10 replies
Ringsideการเมือง
"รมว.ยุติธรรม" สั่งดีเอสไอรายงานคดี Forex ทุก 15 วัน เผยส่งหมายเรียก "ภาวุธ" นัดสอบ 2 ก.ค. นี้
.
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าคดีพิเศษ Forex ว่า ได้สั่งการให้เร่งรัดคดีและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ หลังปฏิบัติการค้น 24 จุดกวาดพยานหลักฐานได้เพียบ ยอมรับต้องใช้เวลาวิเคราะห์เนื่องจากมีเส้นทางการเงินสูงถึง 60,000 - 70,000 ธุรกรรม โดยให้ดีเอสไอรายงานความคืบหน้าแก่ประชาชนทุก 15 วัน
.
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องหลายราย รวมถึง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยนัดหมายให้เข้าชี้แจงในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้
.
ส่วนกรณีที่นายภาวุธปฏิเสธว่าคลิปวิดีโอของตนไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ และมีกระแสข่าวว่าจะลาออกจาก สส. เพื่อสละเอกสิทธิ์คุ้มครองนั้น รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า เรื่องคลิปต้องให้ศาลเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจตัดสินจากหลักฐาน ส่วนเรื่องลาออกตนไม่ทราบ แต่ย้ำว่ากระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ ปปง. และ ธปท. จะดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ ขณะนี้ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้ ปปง. ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนแล้ว
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 13
View 2 replies
Ringsideการเมือง
“กนง.” เคาะคงดอกเบี้ย 1% ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ K-Shaped ส่งออก-AI หนุนจีดีพีปีนี้โต 2.3%
.
ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยผลการประชุมกนง. ครั้งที่ 3/2569 ระบุว่า มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะไม่ทั่วถึง (K-shaped) พร้อมปรับประมาณการจีดีพีปีนี้ขึ้นสู่ร้อยละ 2.3 ด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นชั่วคราวในไตรมาส 3 ย้ำยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตามวัฏจักรโลก
.
เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งจากภาคการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI รวมถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้จีดีพีปีนี้มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.3 รวมผลของมาตรการรัฐร้อยละ 0.5 อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 คาดว่าจีดีพีจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 1.8 เนื่องจากหมดมาตรการกระตุ้น
.
ทั้งนี้ กนง. ยังแสดงความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อของกลุ่มเอสเอ็มอีและครัวเรือนเปราะบาง ซึ่งสินเชื่อยังคงหดตัวสวนทางกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อ คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นแตะร้อยละ 4 ในเดือนสิงหาคมนี้ จากปัจจัยด้านอุปทาน แต่จะทยอยปรับลดลงสู่กรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1.4 ในปีหน้า กนง. จึงเห็นควรให้ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายควบคู่กับมาตรการเฉพาะจุด โดยพร้อมจะปรับนโยบายหากมีแรงกดดันเงินเฟ้อที่รุนแรงในอนาคต
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 4
View 0 replies
Ringsideการเมือง
“สุชาติ” ลั่น เอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน เดินหน้าพิสูจน์สิทธิทับลาน ด้วยความโปร่งใส ไม่เอื้อนายทุน คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน
.
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับฟังปัญหาและรับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้านและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินในพื้นที่ทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติ
.
โดยมีประชาชนจาก จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจและแสดงการสนับสนุน ภายหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายปัญหาข้อพิพาทด้านที่ดินที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ
.
ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การจัดตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลงได้สร้างความหวังให้กับประชาชนจำนวนมากที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ พร้อมคาดหวังว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
.
โดยหนังสือที่ยื่นในครั้งนี้ยังได้แสดงความขอบคุณต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผลักดันให้เกิดกระบวนการตรวจสอบสิทธิในที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม
.
นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทับซ้อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ทับลาน เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานเกือบ 50 ปี และถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเร่งหาทางออกบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม
.
“เราต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหน้าที่ของกระทรวงอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาเป็นเวลานาน หากไม่เริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ความขัดแย้งก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปี” นายสุชาติ กล่าว
.
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่า การตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือกลุ่มใด แต่เป็นการค้นหาความจริงด้วยกระบวนการที่โปร่งใส เปิดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่เดิมต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ผู้ที่เข้ามาถือครองภายหลังหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
.
“ผมเอาชีวิต เอาศักดิ์ศรี และเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน ถึงแม้ผมจะโดนด่าก็ไม่สำคัญเท่าน้ำตาของประชาชน ผมไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน เพราะคนที่มีทุนสามารถไปลงทุนในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิได้อยู่แล้ว สิ่งที่เรากำลังทำคือการคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่รอคอยการแก้ปัญหามานานหลายสิบปี” นายสุชาติ กล่าว
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 39
View 16 replies
Ringsideการเมือง
“คริส” แฉเพิ่ม! “ระบอบอากง” ทุจริตงบ กทม. ซอยโครงการต่ำกว่า 5 แสนบาท เลี่ยงประมูล จ่อยื่น ปปช. สัปดาห์หน้า
.
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายพีรพล กนกวลัย สส. และเลขาธิการพรรค รวมถึงนางสาวอังสนา เนียมวณิชกุล รองเลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตในกรุงเทพมหานคร หรือ "ระบอบอากง"
.
โดยนายคริส ระบุว่าภายหลังการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม การซื้อขายตำแหน่ง และการทุจริตในสำนักงานเขต ทางพรรคได้ดำเนินการต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค ได้ไปแจ้งความกรณีสำนักงานเขตใช้ทรัพย์สิน กทม. ในทางมิชอบ วันที่ 11 มิถุนายน ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ร่วมกับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อให้สอบการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม และวันที่ 19 มิถุนายน ได้ยื่นต่อกระทรวงแรงงานเรื่องส่วยเทศกิจที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวขายของทั่วกรุงเทพฯ
.
นอกจากนี้ยังอ้างอิงข้อมูลจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ระบุว่ามีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ถึงร้อยละ 92 หรือมูลค่ากว่า 43,000 ล้านบาท ที่ไม่มีการประมูล เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 500,000 บาท ซึ่งถือเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ข้าราชการและผู้บริหารสามารถเลือกผู้รับเหมาได้เอง
.
"กระบวนการคุยเรื่องงบประมาณที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ไม่ทำเอง แต่ให้อากงมารับบทดำเนินงานแบบสีเทาในสิ่งที่เรียกว่างบแปร โดยจะมีการตัดงบประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ล้านบาท แล้วอากงกับ ส.ก. จะแบ่งเงินกันคนละครึ่ง อากงเอาไป 2,000 ล้านบาท เพื่อดูว่าฝ่ายผู้ว่าฯ จะทำโครงการอะไรต่อ ส่วนฝั่ง ส.ก. อีก 2,000 ล้านบาท ก็เอามาหาร 50 เขต ได้เฉลี่ยเขตละ 40 ล้านบาท ซึ่ง ส.ก. ก็จะเอาเงินนั้นมานั่งคุยให้อากงซอยย่อยโครงการให้ต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อไม่ต้องประมูล แล้วพาผู้รับเหมาของตัวเองมาจนเกิดเป็นเงินทอน 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์"
.
ประธานพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2528 ที่ใช้มาเกือบ 40 ปี ให้อำนาจผู้ว่าฯ มากเกินไปแต่ตรวจสอบได้น้อย จนเกิด "ระบอบฮั้ว" ระหว่างผู้ว่าฯ กับ ส.ก. ในการซอยย่อยโครงการเพื่อเลี่ยงการประมูล ทางพรรคจึงเสนอญัตติแก้ไขปัญหา กทม. ทั้งระบบ โดยเฉพาะการตั้งหน่วยงานอิสระปราบคอร์รัปชันใน กทม. โดยเฉพาะ มีวาระ 6 ปี และคัดเลือกกรรมการจากศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบงบประมาณแสนล้านของ กทม. ซึ่งมาจากงบกลางถึง 36,000 ล้านบาท โดยพบโครงการที่ส่อทุจริตในหลายเขต
.
นายคริส กล่าวว่า ข้อมูลโครงการที่ส่อทุจริตรวมมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท พร้อมรายชื่อบริษัทและหลักฐานทั้งหมดจะถูกอัปโหลดลงเพจพรรคเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ
.
เมื่อถามว่าจะไปยื่น ป.ป.ช. เมื่อใด นายคริส กล่าวว่า จะไปยื่นภายในอาทิตย์หน้า และยืนยันว่าการซอยย่อยโครงการถือเป็นความผิดอาญาที่มีโทษจำคุก ซึ่งทางพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน
#Ringsideการเมือง
1 day ago | [YT] | 24
View 9 replies
Load more